วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
TFEX News :TFEX ครึ่งปีแรก
5005106008
TFEX ครึ่งปีแรกเทรดกว่าหมื่นสัญญาต่อวัน เดินหน้าเพิ่มสินค้าเตรียมศึกษาเทรดดอกเบี้ยล่วงหน้าตลาดอนุพันธ์ (TFEX) เผยผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552 ยังน่าพอใจ โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 10,678 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62.5 จากช่วงเดียวกันของปี2551 คาด Stock Futures จะได้รับความสนใจมากขึ้น พร้อมศึกษาเตรียมเทรดดอกเบี้ยล่วงหน้า เพื่อให้มีสินค้าตอบสนองผู้ลงทุนทุกกลุ่มนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า"ในช่วงครึ่งปีแรก ผลการดำเนินงานของ TFEX โดยรวมยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งในแง่ปริมาณการซื้อขายและจำนวนผู้ลงทุน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสินค้า รับสมาชิกใหม่ การทำการตลาดและการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง"ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552 การซื้อขายใน TFEX มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 452,828 ล้านบาท หรือเฉลี่ย3,886 ล้านบาทต่อวัน ในเชิงปริมาณการซื้อขายนั้น TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 10,678 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 6,571 สัญญาต่อวัน และมีจำนวนบัญชีซื้อขาย อนุพันธ์ (ณ 30 มิ.ย. 2552) 22,659 บัญชี เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.6 จากปีก่อนหน้า และในปีนี้ TFEX ได้จัดให้มีการซื้อขายสินค้าใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ Gold Futures ซึ่งเริ่มซื้อขายในเดือนกุมภาพันธ์ และเพิ่มจำนวนหุ้นอ้างอิงของ Stock Futures อีก 11 ตัว ในเดือนมิถุนายน ซึ่งแม้สินค้าทั้งสองประเภทนั้นยังอยู่ในช่วงแรกของการซื้อขาย แต่ก็ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนพอสมควรและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปนอกจากนี้ TFEX ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการซื้อขายดอกเบี้ยล่วงหน้า ทั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงประมาณกลางปีหน้าในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา TFEX ได้รับสมาชิกผู้ค้าทองจำนวน 5 ราย เพื่อเป็นการสนับสนุนการซื้อขาย GoldFutures ให้ผู้ลงทุนมีช่องทางการซื้อขายครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ TFEX ยังได้ประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการอนุญาตให้ผู้ดูแลสภาพคล่องใน Gold Futures ของ TFEX สามารถไปซื้อขาย Gold Futures และ ETF ทองคำในต่างประเทศได้ เพื่อช่วยให้ผู้ดูแลสภาพคล่องสามารถบริหารความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ TFEX ยังมีนโยบายส่งเสริมให้มีผู้ดูแลสภาพคล่องในสินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะ SET50 Options และ Stock Futures เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สินค้า ซึ่ง TFEX อยู่ระหว่างปรับปรุงเกณฑ์การปฏิบัติงานและการให้ผลตอบแทนให้เหมาะสมโบรกเกอร์อนุพันธ์ที่มีปริมาณการซื้อขายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2552 สูงสุด 5 ลำดับแรก มีการซื้อขายเป็นร้อยละ 43.51 ของการซื้อขายรวม ได้แก่ บล. กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ร้อยละ 11.02 รองลงมาคือ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ร้อยละ 10.49 บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) ร้อยละ 8.68 บล.ทรีนิตี้ ร้อยละ 8.05และ บล. ภัทร ร้อยละ 5.27 ทั้งนี้ มีสัดส่วนการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตร้อยละ 17.53"สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง TFEX จะเน้นการโปรโมทและให้ความรู้เกี่ยวกับ SET50 Options โดยจะเน้นการเรียนรู้จากเกมจำลองการซื้อขายอนุพันธ์ หรือ TFEX Simulation 2009: Click2WIN ซึ่งเริ่มโครงการแล้วในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับ Stock Futures เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนก่อนที่จะเข้ามาซื้อขาย โดย TFEX เชื่อมั่นว่าหากผู้ลงทุนมีความเข้าใจในสินค้าอย่างดีแล้ว สินค้าทั้งสองจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับตลาดอนุพันธ์ และช่วยให้ปริมาณการซื้อขายเติบโตได้"นางเกศรากล่าวเสริม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ S-E-T Call Center 0-2229-2222 เว็บไซต์www.tfex.co.th
คำถาม
1.ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา TFEX ได้รับสมาชิกผู้ค้าทองจำนวน 5 ราย เพื่อเป็นการสนับสนุนการซื้อขาย อะไร
2.TFEX มีนโยบายส่งเสริมให้มีผู้ดูแลสภาพคล่องในสินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะ SET50 Options และ Stock Futures เพื่อส่งเสริมอะไร
3.สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง TFEX จะเน้นการโปรโมทและให้ความรู้เกี่ยวกับ SET50 Options โดยจะเน้นการเรียนรู้จากอะไร
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
จี้เพิ่มคุ้มครองประกันไข้หวัด

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
แฉ บ.รับสร้างบ้านฉ้อโกง “ภูธนแสงทอง” สูบเงินลูกค้า รอจังหวะทิ้งงาน-ตั้งบริษัทใหม่หนี
ศิวัช ภูธนแสงทอง
วิกฤตเศรษฐกิจลูกค้ารับสร้างบ้านสุดช้ำ ถูกบริษัทรับสร้างบ้านงัดวิชามาร “สร้างบ้านไม่ได้บ้าน” ทั้งหยุดทำ ทิ้งงาน ถ่วงเวลา ปล่อยให้ลูกค้ารับภาระหนี้ บางรายคดีความหมดอายุ ต้องนั่งผ่อนเงินกู้กับแบงก์หัวโต คนในวงการแฉพฤติกรรม บริษัทแบล็กลิสต์ “เพรสซิเดนท์ โฮม” ฉาวโฉ่สุด “ศิวัช ภูธนแสงทอง” ล่าสุด ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนโผล่อีก 38 ราย ทั้งร้อง สคบ.ยื่นฟ้องคดี บอกเลิกสัญญา ด้านนายกสมาคมรับสร้างบ้านโบ้ยไม่ออกความเห็น ส่วนคนในวงการแฉพฤติกรรม “ศิวัช ภูธนแสงทอง” เน่าวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในหลายประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจต่างๆ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในสถานการณ์เช่นนี้ คือ การที่ผู้บริโภคจะถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับธุรกิจรับสร้างบ้าน ที่พบว่ามีคดีฟ้องร้องและร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ พฤติกรรมที่ส่อไปในทางฉ้อโกงลูกค้าเหล่านี้ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้า หลังจากได้เบิกเงินในการก่อสร้างบ้านจากลูกค้ามาหลายงวดล่าสุด กลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพฤติกรรมการฉ้อโกงของบริษัท เพรสซิเดนท์ โฮม จำกัด ในเครือของภูธนแสงทอง ที่ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านกว่า 38 ราย ได้รวมตัวกันออกมา เรียกร้องหาความรับผิดชอบจากบริษัทแล้ว โดยมีผู้เสียหายบางส่วนที่ได้บอกเลิกสัญญาและยื่นเรื่องให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่การดำเนินการในเรื่องยังล่าช้ามาก นอกจากนี้ ลูกค้าบางรายที่เตรียมดำเนินการยื่นฟ้องบริษัทด้วยแฉ “เพรสซิเดนท์โฮม” ฉาวในจำนวนหลายคดีที่เกิดขึ้น ลูกค้าที่ใช้บริการรับสร้างบ้านรายหนึ่ง ได้ร้องเรียนมายังหนังสือพิมพ์ “ASTVผู้จัดการรายวัน” ถึงพฤติกรรมของบริษัท เพรสซิเดนท์โฮม จำกัด มี นายศิวัช ภูธนแสงทอง ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและเป็นเจ้าของบริษัท ว่า ตนได้ว่าจ้างให้บริษัทเข้ามาทำการก่อสร้างบ้าน ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 126 ตารางวา ด้วยมูลค่าว่าจ้างกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งตามข้อตกลงแล้ว การก่อสร้างทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จในปี 2551 แต่งานก่อสร้างก็ไม่มีความก้าวหน้าตามข้อตกลง “แม้ว่าเราจะให้โอกาสบริษัท เพรสซิเดนท์โฮม ทำการก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ โดยกำหนดให้ภายในเดือน เม.ย.ทุกอย่างต้องสมบูรณ์ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่เสร็จ และตอนนี้ก็ไม่ทำแล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร จึงตัดสินใจมาร้องเรียนกับหนังสือพิมพ์ เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้องค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ที่สำคัญ เงินที่จ่ายไปกับเงินที่ไปขอกู้กับธนาคารไทยพาณิชย์ ผมก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกเดือน แทนที่แบงก์จะไปไล่จี้บริษัทรับสร้างบ้านรายนี้ แต่กลับพูดว่า เห็นใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร อย่างนี้ ผมก็เสียดอกเบี้ยฟรี” ลูกค้ากล่าวด้วยความช้ำใจกับการเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้านผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับข้อมูลว่า ปัจจุบันการกระทำผิดสัญญาระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจกับผู้บริโภคเริ่มมีสูงขึ้น ทำให้สคบ.ต้องพิจารณาหาแนวทางในการป้องกันปัญหา ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการแก้ปัญหาการกระทำผิดสัญญา เพื่อกำหนดเป็นข้อปฏิบัติในการร่างสัญญาทั่วไป ซึ่งอาจจะมีข้อกำหนดเบื้องต้นว่า ในการทำสัญญาทั่วไป จะต้องมีข้อปฏิบัติใดบ้างที่จะต้องเขียนไว้ในการทำสัญญาร่วมกัน ในส่วนของการดำเนินการกับบริษัทรับสร้างบ้านที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญานั้น พบว่า ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับ นายศิวัช ภูธนแสงทอง มีการสั่งฟ้องคดีในส่วนของบริษัท ภูธนแสงทอง จำกัดไปแล้ว 1 คดี จากจำนวน 6 เรื่อง และสั่งฟ้องคดีบริษัท พีทีเอส โฮม จำกัด จำนวน 2 เรื่อง ซึ่งทั้ง 2 บริษัทฯมีนายศิวัช ภูธนแสงทอง เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมรับสร้างบ้านโบ้ยไม่เกี่ยว! จากปัญหาการทิ้งงานสร้างบ้านให้ลูกค้าของบริษัท เพรสซิเดนท์ โฮม กำลังกลายเป็น “เนื้อร้าย” ต่อตลาดรับสร้างบ้าน โดยก่อนหน้านี้ ทางผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามไปยัง นายพันธุ์เทพ ทานชิติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมคเคอร์โฮม จำกัด ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งกำกับดูแลสมาชิกบริษัทรับสร้างบ้านในสมาคม และลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินงานของบริษัทรับสร้างบ้าน โดยได้รับคำตอบต่อเรื่องดังกล่าว ว่า ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากบริษัท ภูธนแสงทอง บริษัท พีทีเอส โฮม (PTS Home) และบริษัท เพรสซิเดนท์ โฮม จำกัด ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมแล้ว“ธุรกิจรับสร้างบ้านเอง เป็นธุรกิจเปิดเสรี ไม่สามารถห้ามให้ใคร หรือบุคคลใดเข้ามาประกอบธุรกิจนี้ได้” นายกสมาคม กล่าว และเมื่อถามว่า จะมีคำแนะนำลูกค้าอย่างไรไม่ให้ถูกหลอกลวงหรือถูกฉ้อโกง หรือแนะนำลูกค้าว่า ควรจะเลือกบริษัทรับสร้างบ้านอย่างไรจึงไม่พบปัญหาดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบว่า เรื่องดังกล่าวไม่สามารถให้คำแนะนำได้ แต่เชื่อว่าลูกค้าจะมีวิจารณญาณในการเลือกใช้ผู้ประกอบการได้เอง อนึ่ง จากการตั้งข้อสังเกต กรณีการฉ้อโกงลูกค้าของ บริษัท สุระปัญญา จำกัด บริษัทรับสร้างบ้านที่ถูกฟ้องร้องคดีฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีที่ศาลอาญา ก็เป็นบริษัทที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม แต่ในขณะนั้นสมาคมฯเองก็ได้มีการรวบรวมข้อมูล และยื่นข้อมูล ชี้มูลความผิดของบริษัท สุระปัญญา ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสมาคมในครั้งแรก ซึ่งเดิมเจตนารมณ์ในการการก่อสร้างสมาคมก่อตั้งขึ้นมา เพื่อเป็นการยกระดับบริษัทรับสร้างบ้านทั้งในสมาคมรับสร้างบ้านและนอกสมาคมฯ คนในวงการขยาด “ภูธนแสงทอง” สุดฉาวแหล่งข่าวจากบริษัทรับสร้างบ้าน กล่าวว่า กรณีของบริษัท ภูธนแสงทอง นั้น จากการตรวจสอบ เดิมทีเป็นสมาชิกอยู่ในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งในช่วงแรกของการจัดตั้งสมาคมนั้น ไม่ได้มีการตรวจสอบประวัติ และผลการดำเนินงานของสมาชิกที่เข้มข้นเหมือนปัจจุบัน เนื่องจากต้องการรวบรวมกลุ่มผู้ประกอบการให้เข้ามาร่วมกันก่อตั้งสามาคม แต่หลังจากที่บริษัท ภูธนแสงทองฯ เข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมแล้ว ปรากฏว่า มีการร้องเรียนจากลูกค้าเข้ามาจำนวนมากต่อมาสมาคมได้เรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามาเจรจาให้ดำเนินการ ซึ่งบริษัท ภูธนแสงทอง ก็รับปากว่าจะดำเนินการก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จ แต่หลังจากนั้น ก็ยังมีการร้องเรียนของลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้สมาคมเรียกให้บริษัทภูธนแสงทองฯและลูกค้า เข้ามาเจรจากันอีกครั้ง และครั้งนั้น บริษัทฯดังกล่าว รับปากว่าจะจ่ายค่าชดเชย 2 แสนบาท เป็นค่าชดเชยงานก่อสร้างที่ล่าช้า แต่ปรากฏว่า มีการจ่ายค่าชดเชยเพียง 1 แสนบาท ทำให้ลูกค้าเข้ามาร้องเรียนอีกครั้งและครั้งนั้น นายศิวัช ภูธนแสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูธนแสงทอง จำกัด ปฏิเสธที่จะดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่ลูกค้าเองไม่ต้องการดำเนินการถึงขั้นศาล เพราะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับบริษัทดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ในระหว่างการเจรจา ก็ปรากฏว่า ได้มีลูกค้าอีกหลายรายร้องเรียนบริษัท ภูธนแสงทอง เข้ามาต่อเนื่อง ทำให้ นายศิวัช ได้ไปจัดตั้งบริษัท พีทีเอส โฮม จำกัด และเข้ามาขอต่ออายุสมาชิกกับสมาคมรับสร้างบ้าน ซึ่งเมื่อตรวจสอบหลักฐานการจดทะเบียนบริษัท พีทีเอส โฮม แม้จะไม่ปรากฏชื่อนายศิวัช แต่ นายศิวัช ได้นำพนักงานบริษัทมาถือหุ้นในบริษัทแทน เพื่อฟ้องกันการถูกฟ้องเอาผิดทางกฎหมายได้หลังจากที่มีการยื่นต่ออายุสมาชิกแล้ว ปรากฏว่า ได้มีลูกค้ารายใหม่เข้ามาร้องเรียนต่อสมาคมฯ ทั้งในส่วนของผู้ค้าวัสดุก่อสร้างและลูกค้าสร้างบ้าน ซึ่งทางสมาคมฯได้เรียกนายศิวัช เข้ามาเจรจาและขอให้ออกจากสมาคมฯไป แต่ นายศิวัช ได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลว่า ทางสมาคมฯได้ให้ข่าวเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท ซึ่งขณะนั้น นายศักดา โควิสุทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมอยู่ ก็ได้มีการพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันจนในที่สุดต่างฝ่ายต่างไม่เลิกแล้วต่อกันไป
คำถาม
1. ล่าสุด ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมีทั้งหมดกี่ราย
2. ลูกค้าที่ใช้บริการรับสร้างบ้านรายหนึ่ง ได้ร้องเรียนมายังหนังสือพิมพ์ อะไร
3.นายศักดา โควิสุทธิ์ ดำรงตำแหน่งอะไร
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ผู้นำ G-8 เผยเศรษฐกิจโลกเริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังมีความเสี่ยงอยู่
จัดทำโดย น.ส.ธนัชพร จินดามณีโรจน์ 5005106011
ผู้นำกลุ่มจี8 เผยมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว แต่ความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ ทั้งอัตราว่างงานที่สูงขึ้น "มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นที่เริ่มฟื้นตัว หรือความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอยู่" กลุ่มผู้นำจี8 ระบุในแถลงการณ์ร่วมกัน
ในขณะเดียวกัน ผู้นำจี8 เห็นพ้องต้องกันว่าทุกประเทศต้องใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นในการฟื้นระบบการเงินให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิม และรับมือกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่แท้จริง นอกจากนั้นยังพร้อมสร้างความร่วมมือกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดีย เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืนด้วย "เราควรอาศัยโอกาสจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน" ผู้นำจี 8 ระบุ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ผู้นำจี8 เน้นย้ำว่า จะต่อต้านการกีดกันทางการค้าทุกรูปแบบ และต้องสรุปข้อตกลงการค้าเสรีให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนในประเด็นการใช้มาตรการฉุกเฉิน กลุ่มผู้นำกล่าวว่าจะใช้เมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ แต่ต้องมั่นใจว่าเมื่อใช้แล้วจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนั้นแล้ว กลุ่มจี8 ยังแสดงความมุ่งมั่นในการจัดการกับพวกเลี่ยงภาษี ฟอกเงิน คอร์รัปชั่น และให้เงินสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดวิกฤตการเงินอีกในอนาคต สำนักข่าวเกียวโดรายงาน
คำถาม
1.สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพแล้วคืออะไร
2.ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้แก่ประเทศอะไรบ้าง
3.การกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริงควรทำอย่างไร