วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรื่อง กองทุนการเงินระหว่างประเทศสรุปการทบทวนภาวะเศรษฐกิจประจำปี 2552

นางสาวเปรมวดี เตชะพงศ์ประเสริฐ
5005106021
ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ทบทวนภาวะเศรษฐกิจประจำปี โดยได้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2552 จะหดตัวร้อยละ 3 จากการส่งออกที่ลดลงมากและอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยยังคงแข็งแกร่งจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ได้ดำเนินการมาอย่างระมัดระวังและสถาบันการเงินของไทยมีความเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม กองทุนการเงินฯ เห็นว่ามาตรการต่างๆ ของทางการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้นจะต้องสามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคนั้นจะขึ้นกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นสำคัญ
กองทุนการเงินฯ สนับสนุนการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเห็นว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะมีความสำคัญสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเพิ่มเพดานการกู้เงินชั่วคราวเพื่อให้สามารถดูแลการขาดดุลการคลังภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันได้ โดยเห็นว่าการขาดดุลการคลังและหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้จะปรับลดลงในระยะปานกลางเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว
สำหรับนโยบายการเงิน กองทุนการเงินฯ สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมาแต่เห็นว่าขณะนี้สภาพคล่องในระบบธนาคารมีมากอยู่แล้วและช่องทางการส่งผ่านในปัจจุบันไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสนับสนุนให้ทางการประเมินภาพเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมา ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการต่อไป และคาดว่านโยบายค้ำประกันสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจได้มากขึ้น
ทั้งนี้ กองทุนการเงินฯ เห็นว่า แม้ว่าภาคธนาคารของไทยมีความเข้มแข็งและมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดแต่เศรษฐกิจที่ชะลอลงมากและคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มจะด้อยลงทำให้ทางการควรติดตามดูแล อย่างใกล้ชิดต่อไป
ธนาคารแห่งประเทศไทย
5 มิถุนายน 2552

คำถาม
1.เศรษฐกิจไทยในปี 2552 จะหดตัวหรือขยายตัวร้อยละเท่าไร และสาเหตุเกิดจากสิ่งใด
2.ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคนั้นจะขึ้นกับอะไรเป็นสำคัญ
3.กองทุนการเงินฯ สนับสนุนการใช้นโยบายการคลังเพื่ออะไร

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พัทยาดิ้นสู้ปัจจัยลบกระตุ้นท่องเที่ยว

จัดทำบทความโดย นางสาวจตุพร ญาณนิธิกุล 5005106017

พัทยาดิ้นสู้ปัจจัยลบกระตุ้นท่องเที่ยว

พัทยาดิ้นสู้ปัจจัยลบ ดึงเอกชนเข้าร่วมโหมโครงการ “พัทยาเที่ยวทั้งวัน...ลดทั้งเมือง” กระหน่ำลดราคาสินค้าสูงสุด 80% ยั่วน้ำลายนักชอป พร้อมแจกห้องพักฟรี หวังกู้วิกฤตท่องเที่ยวปีนี้ให้ผ่านไปได้ ยอมรับตัวเลขนักท่องเที่ยวสิ้นปีเหลือ 5 ล้านคน
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เมืองพัทยา เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นช่วงโลว์ซีซันอยู่แล้วให้เหลืออัตราเข้าพักเพียง 20% ซึ่งลดลงราว 50% จากช่วงปกติ ทางเมืองพัทยา จึงเพิ่มความแรงของโครงการ”พัทยาเที่ยวทั้งวัน...ลดทั้งเมือง” ที่จัดขึ้นระหว่าง มิ.ย.-ต.ค.2552
โดยเชิญผู้ประกอบการ และผู้ค้ามาร่วมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าและบริการแบบกระหน่ำ 20-80% เพื่อเร่งการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว โดยทำควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ถึงวิธีควบคุมการระบาดของโรค ตลอดจนสอนวิธีการป้องกัน ใช้งบรวม 50 ล้านบาท คาดว่าจะนำเงินเข้าสู่พัทยาได้ราว 800-1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีร้านค้าเสนอเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจาก 200 ราย เป็น 250 ราย ลดราคาสินค้าและบริการ 20-80% โรงแรมที่พัก มีทั้งลดราคาและแจกฟรีกว่า 2 หมื่นห้อง กลุ่มเป้าหมายคนไทย 70% ต่างชาติ 30% มั่นใจว่า จะทำให้อัตราเข้าพักโรงแรมซึ่งขณะนี้ลดลงไปอยู่ที่ 20% ให้กลับขึ้นมาอยู่ที่ 40% ได้ โดยปีก่อนๆ อัตราเข้าพักช่วงโลว์ซีซันจะประมาณ 50%
ปีนี้ยอมรับปัจจัยลบเยอะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวถดถอยตลาดจากปี 2550 จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าเมืองพัทยาอยู่ที่ 6.3 ล้านคน รายได้ 5.8 หมื่นล้านบาท ปี 2551 จำนวนนักท่องเที่ยว 5.5 ล้านคน และ ปีนี้การจัดกิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อประคองจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปีไม่ให้ต่ำกว่า 5 ล้านคน เกิดรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท

ที่มา :http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9520000068984

คำถาม
1. เหตุใดจึงต้องเพิ่มความแรงของโครงการ " พัทยาเที่ยวทั้งวัน...ลดทั้งเมือง"
2. จะมีการประชาสัมพันธ์เรื่องใดควบคู่กับการลดราคาสินค้าและบริการ ในโครงการนี้
3. มีการคาดการณ์ว่าจะมีอัตราเข้าพักโรงแรมจากเดิม 20% เปลี่ยนแปลงเป็นเท่าใด